09 November 2008

MOVING ON

ตอนนี้ว่างแล้ว กลับมาใหม่

แต่ย้ายไปที่ http://attsan.multiply.com

อย่าลืมตามไปอ่านกันต่อนะจ๊ะ

ยิ่งมีคนอ่านน้อย ๆ อยู่

21 February 2008

Encyclopedia

ตอนนี้กลับสู่โหมดปกติของชีวิต ไม่ต้องมานั่งอ่านหนังสือสอบดึกดื่น
ว่าง ๆ ก็เลยเอา Unlimited life version 1 มา revise ใหม่
ทำเฉพาะเรื่องท่องเที่ยวแบ่งเก็บเป็นหมวดหมู่
เอาไว้สำหรับหาข้อมูลเที่ยวอย่างเดียว
ก็ไม่ใช่อะไรหรอก มาเขียนโปรโมตให้ไปแวะเวียนกันดูได้
อยากดูก็คลิ๊กที่คอลัมน์ด้านขวา --->

19 February 2008

แบบบ้าน ๆ ณ ลำปาง

เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ไปเที่ยวไร่หญ้ามา ไร่หญ้าที่ว่าไม่ใช่ที่ปลูกผักปลูกหญ้าบ้าน ๆ ทั่วไป แต่เป็นชื่อรีสอร์ทแห่งหนึ่งแถวลำปาง

จะเรียกว่าไปเที่ยวมาก็ไม่ถูกซะทีเดียว เอาเป็นว่าไปสัมมนาหน่วยมากกว่า (เขียนให้ดูดีอีกแล่ะ) ก็มีประชุมหน่วยนิด แล้วก็ฟังเรื่องยาอีกหน่อย

รีสอร์ทที่ว่าอยู่ห่างไกลจากความเจริญพอสมควร จำได้ว่านั่งรถออกจากเชียงใหม่ ผ่านทางคดเคี้ยวหลาย กว่าจะถึงที่หมาย ก็ปวดตูดไปมากมาย

พอถึงที่รีสอร์ท ภาพที่เห็นก็เหมือนชื่อรีสอร์ทจริง ๆ (กรุณานึกภาพตาม) เป็นทุ่งหญ้า ดินลูกรัง ต้นไม้ขึ้นหรอมแหรม ตัวห้องพัก-ห้องสัมมนาสร้างมาแบบบ้าน ๆ เป็นไม้ซุงไม้ท่อนมาก่อ บุฝาบ้านฝาแพดานด้วยเครื่องจักสาน

บรรยากาศแบบชนบ๊ท ชนบท (กรุณาสเตร๊ทเสียงตาม) ไม่ประทับจิตเท่าไหร่เนื่องจากมันดูบ้าน ๆ เกินไป ไม่เข้ากะ Character ตัวเองเท่าไหร่ (สลิดชิบหาย) แต่พวกที่ต้องการปลีกวิเวก หลีกลี้หนีความวุ่นวาย มาใช้ชีวิตบ้าน ๆ ก็โออยู่ เห็นบ้าน ๆ อย่างนี้ แต่ราคาก็ไม่ได้บ้านเลย แพงอักโข

หลังจากประชุมเสร็จ ก็ไปอาบน้ำแร่ต่อที่แจ้ซ้อง อันนี้ไปแช่มาในราคาบ้าน ๆ แค่ซาวบาท เป็นห้องน้ำรวมสภาพดูดี แบบ Private ก็มี ราคา แค่ 50. คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้ามาแช่กัน เพราะไปกระโดดตู้ม ๆ แช่ฟรีกันบริเวณบ่อใหญ่หน้าโรงอาบ นอนแช่สบาย ๆ กะลังเข้าได้เข้าเข็มอยู่ ก็ดันมีเกย์หัวล้านวัยกลางคนเข้ามาลวนลามอีก แรก ๆ ก็ทำเป็นเข้ามาชวนคุย ไอ้เราก็ซื่อ(บื้อ) คุยไป พอคุยไปคุยมา เริ่มไซร้ซะงั้น เลยต้องรีบ(เ)ปิดตูดหนี เซ็งห่าน!!


Host unlimited photos at slide.com for FREE!

อันนี้เป็นที่แช่น้ำแร่รวม จัดบรรยากาศรอบ ๆ ดูเป็นธรรมชาติ


Host unlimited photos at slide.com for FREE!

อันนี้เป็นอ่างน้ำแร่ขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้า อันนี้ถ้าลงไปแช่คงไข่สุก ส่วนอันที่แช่ได้เนี่ยะอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้ถ่ายมา

ตกดึกก็ร้องเกะกันที่รีสอร์ท ร้องไปร้องมา กลายเป็นเพลงลูกทุ่งทั้งน้าน (บ๊าน บ้าน)

วันรุ่งขึ้นก็ปิ๊กกลับเชียงใหม่ ระหว่างทางก็แวะนมัสการพระธาตุลำปางหลวง เข้าไปแล้วเหมือนต้องมนต์ขลัง อาจด้วยความคงทนเก่าแก่กว่า 500 ปีที่ซ้อนเร้นประวัติศาสตร์ไว้มากมาย วัดพระธาตุลำปางหลวงถือเป็นที่ Recommended อีกที่หนึ่งเลยสำหรับคนที่จะแวะเวียนมาเที่ยวทางเหนือ เผลอๆ Amazing กว่าพระธาตุดอยสุเทพเสียอีก

Host unlimited photos at slide.com for FREE!

ทางเข้าวัดจะมีกำแพงสูงล้อมรอบหมด

Host unlimited photos at slide.com for FREE!

พระธาตุลำปางหลวงอายุกว่า 500 ปี

Host unlimited photos at slide.com for FREE! Host unlimited photos at slide.com for FREE!

อันนี้เป็นซุ้มครอบรอยพระพุทธบาท(ซ้าย) อายุกว่า 500 ปีเช่นกัน ความพิเศษของซุ้มนี้คือ เวลาเข้าไปแล้วปิดประตูสนิท จะเห็นภาพจริงหัวกลับขององค์พระธาตุ ปรากฏขึ้นที่ผนังกำแพงด้านใน(ขวา) ใครกะลังเดินมาก็สามารถเห็นหมด ภาพนี้ผู้หญิงไม่สามารถเห็นได้ เนื่องจากเค้าห้ามผู้หญิงขึ้นไป

ขากลับเราแวะกินของอร่อยต่อที่ สนามกอล์ฟไฮโซแห่งหนึ่ง (จำชื่อบ่ได้) และกินเค้ก รักแรกกัด ต่อ ( Love at first bite) เป็นอันปิดทริปบ้าน ๆ ครั้งนี้

10 February 2008

Veranda resort

ไปเที่ยวมา....
เอ๊ย ! ไม่ใช่ ไปประชุมมา ( ทำเป็นเขียนให้ดูดีนิดส์นึง)
เป็นรีสอร์ทเปิดใหม่ ตอนไปพักนี่เค้ายังไม่ได้ grand opening อย่างเป็นทางการ อยู่แถวทางไปสะเมิงอ่ะ ดูแล้วน่าจะเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวเลยทีเดียว แต่เพิ่งได้ข้อมูลใหม่มาว่าโรงแรมระดับ 5 ดาวเนี๊ยะ คนสวนต้องพูดภาษาปะกิตได้ เผอิญก็ไม่ได้เดินไปทักคนสวนเป็นภาษาปะกิตด้วย เลยไม่รู้ว่า 5 ดาวอ๊ะป่าว
เนื่องจากเพิ่งเปิด ต้นไม้เลยยังไม่งอกงาม เห็นเป็นตอ ๆ ไร้ใบซะส่วนใหญ่


เริ่มจาก front : เดินเข้าไปก็ตกแต่งสวยงามเชียว มีสระน้ำหน้า front
ที่พัก : ออกแบบเหมือนกำแพงเมืองเชียงใหม่เก่าล้อมรอบโซนห้องพัก ตัวห้องก็หะรูหะรา บรรยากาศ Induce ให้เกิด Honey moon cystitis มาก ๆ เห็นแล้วอยากแต่งห้องตัวเองให้เป็นแบบนี้บ้างจัง
สระว่ายน้ำก็ open view มีที่อาบแดดอยู่กลางน้ำ มองไปเป็นภูเขาล้อม
ปล. - honey moon cystitis แปลตรงตัวก็คือ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่เกิดจากการมี sex กันบ่อย ๆ เวลาไป honey moon
- ช่วงนี้คืนละ 5900 แต่ถ้าหลัง พย. 51 ต้นไม้งอกงาม ราคาจะขึ้นเป็น 10000

08 February 2008

Beaver

วันนี้บังเอิ๊ญ บังเอิญ
พอดีว่ามีพี่จากศิริราชมา Elective
แล้ววันนี้เป็นวันสุดท้าย
ตามโปรแกรมก็คือ จะต้องพาพี่ไปซื้อของฝากที่กาดหลวง
แล้วก็ไปกินเค้กต่อที่ร้าน love at first bite ใกล้ ๆ กัน
พอไปถึงร้าน love ก็ดันเจอกะตัวนี้ กะลังเดินออกจากร้าน


เอ๊ย! ไม่ใช่ ๆ ชื่อเหมือนกัน แต่ผิดตัว
เป็นอันนี้ต่างหาก


ได้คุยอยู่กันแป๊บเดียวจริง ๆ
หน้าตาก็ไม่ต่างจากในรูปเท่าไหร่
แต่ในรูปทำตัวแอ๊บ(แบ๊ว) เกินไปหน่อย
พอดี beaver มาประชุมสมาคมศัลย์ที่เชียงใหม่
เพิ่งมาถึงวันนี้ ความจริงแล้วมันก็ไม่ได้กะมาประชุมเท่าไหร่หรอก
เพราะว่ามันประชุมวันพฤ.-ศ. แต่มันมาแค่วันศ.
ส่วนเสาร์-อา. ก็เที่ยวลูกเดียว (แอบเผา)
ขากลับเห็นนั่งรถแแดงกลับ (กะอาจารย์) น่าจ๋งจ๋านเชียว
แอบแปลกใจทำไมไม่มีดีเทลมา support รถตู้ให้
ปล.ภาพขโมยมาจาก hi5 โดยไม่ได้รับอนุญาต (แต่ให้เครดิตแล้วนะ)

02 February 2008

จิต

ช่วงนี้เกิดอาการ "จิต"

กรุณาอย่าเติมคำ เช่น "จิตหงุดเงี้ยว" หรือ " "จิตวิปเลี้ยว"

แต่ถ้าเติมไปแล้ว ก็กรุณาอย่าผวนคำ

เพราะมันจะกลายเป็นคำว่า "censor" และ "censor"

คุณจะไม่สามารถอ่านคำว่า "censor" ได้ถ้ายังไม่บรรลุนิติภาวะ


ช่วงนี้ต้องเปิดทุกวัน

ไม่ใช่ว่า "เปิดอะไร"

กรุณาอย่าผวน เพราะเดี๋ยวจะอ่านไม่รู้เรื่อง

ก็เปิด blogger, wordpress, space, e-mail, hi5, facebook

เปิดทุกวันเลย วันไหนไม่ได้เปิดแล้วจะลงแดง

01 February 2008

เซ็งเป็ด

วันนี้ไปเดินเซ็นทรัลแอร์พอร์ตมาอีกรอบ คราวนี้ตั้งใจจะไป WOW
พอไปถึง ก็เอ๊ะ ! ทำไมรถมันเยอะโคตร ๆ แทบจะไม่มีที่จอด
เดินเข้าไปในห้างถึงบางอ้อ ว่ามันมีงาน watch fair นั่นเอง
มีน้องพิงกี้ กะต่าย-ณัฐพล มาเดินแบบด้วย เห็นแบบใกล้ชิดมาก
น้องพิงกี้ก็สวยเหมือนในทีวีเลย แอบได้ยินเสียงน้องพิงกี้ร้องว้ายด้วย
ที่ร้องไม่ใช่เพราะอะไร เดินแบบแล้วล้มจ้ะ..พิ้นมันต่างระดับเกิน
แต่ถึงจะเอาหน้าไปวัดกับพื้น น้องพิงกี้ก็ยังดูสวย น่ารักอยู่เสมอ เสียงน้องพิงกี้ก็น่ารัก


ส่วนต่ายก็หน้าเยิน ดูแย่กว่าในทีวีอีก
เราก็ไปยืนเกาะแถววงดนตรีคลาสสิคที่มาบรรเลงในงาน
ยืนข้าง ๆ เชลโล่เลย ยืนเคลิ้มไปพักนึง ก็รู้สึกรำคาญหูตะหงิด ๆ
ที่รำคาญไม่ใช่เพราะเค้าบรรเลงไม่เพราะ แต่รำคาญเจ๊ม้า-อรนภา
เจ๊แกมาเป็นพิธีกรในงาน แล้วก็พูดไม่หยุดตลอดงาน
เสียงแกก็ไม่เหมาะที่จะเป็นพิธีกรด้วย เลยไป WOW ดีก่า
ไม่ได้มา WOW นานแล่ะ เพราะช่วงก่อนต้องคร่ำเครียดอ่านหนังสือ
วันนี้ที่ WOW คนก็ดันเยอะอีก แถมเจอคนรู้จักมากมาย เบื่อเลย
พร่ำมาตั้งนาน ยังไม่ได้ประเด็น อารมณ์ "เซ็งเป็ด"
วันนี้ "เซ็งเป็ด" เพราะทั้งห้างดันลดราคา 20% หมดเลย
แล้วรองเท้าที่เราไปซื้อมาเมื่อวันก่อนก็ดันลดด้วย
ชิ ๆ ๆ ๆ ๆ ถ้าซื้อวันนี้ก็ได้ประหยัดตังค์ไป 400 แน่ะ
แง ๆ ๆ ๆ ๆ significant ทางสถิติมาก ๆ P value = 0.0001

31 January 2008

เมเนีย

เมื่อวานพยายามที่จะเลิก "เปื่อย"

หลังจากเลิกงานก็เลยรีบกลับบ้านพักไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวไปตัดผม

วันนี้ไม่เซิร์จหาทรงผมแล่ะ กะว่าจะไปให้ช่างเค้าออกแบบให้ไปเลย

ก่อนออกจากบ้านสำเนียกได้ว่าจะไปซื้อรองเท้าหนังคู่ใหม่

เนื่องจากอันเก่าพื้นรองเท้าข้างในมันเน่าแล้ว ใส่แล้วเจ็บตีน

ไหน ๆ ก็จะไปที่เซนทรัลแอร์พอร์ตแล้ว เตรียมเสื้อผ้าไป WOW ด้วยเลยดีก่า

ถึงเซนทรัลแล้วก็ไปเดินเลือกซื้อรองเท้า 1 คู่

ตอนแรกกะไปตบของ Geox มาเพราะใส่แล้วนุ่มตีน

แต่พอไปดูแล้วผิดหวัง มัน..มัน...มันไม่ใช่.......

เลยเดินต่อซักพัก หาคู่ถูกใจได้ล่ะ (จำยี่ห้อไม่ได้) แต่ไม่มีเบอร์สำหรับตีนตัวเอง....

"เซ็งเป็ด"

ก็เลยเดินหาต่อไป เดินวนไปวนมาทั้งห้าง กว่าจะได้คู่ถูกใจก็ปาไป 1 ทุ่ม

ใช้เวลาไปทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง....ได้รองเท้ามา 1 คู่ สมใจอยาก

อาการเปื่อยหายไปแล่ะ อารมณ์ดีจากหน้ามือเป็นหลังตีนหลังจากที่ได้จับจ่าย

เมื่อตะกี้ตอนเดินวนไปวนมา นึกได้ว่ามีเสื้อผ้าหลายยี่ห้อลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์อยู่

ก็เลยเดินกลับไปตบกางเกงยีนส์มาตัวนึง
2000 เหลือ 500 เองใครจะไม่เอา

ติดป้ายว่าวันสุดท้ายอีกต่างหาก ไม่ซื้อก็ต้องซื้อแล่ะ

ยัง... ยัง.... ยังไม่พอ

ยังรู้สึกสนุกกับการจับจ่ายอยู่ เลยเดินเข้าร้านนู้น ออกร้านนี้
ก็ไปเจอรองเท้าอีกคู่นึงของ Dapper ถูกใจใช่เลย.....
ทำไมตอนแรกไม่เห็นอ่ะ ไม่ได้แวะเลย

พอหยิบราคามาดู ตั้ง 2600 แพงชิบ

กะจะซื้อแล่ะ แต่จู่ ๆ สติกลับมาแป๊บนึง shop อื่น มัน winter sale กันหมดเลย

ทำไม shop นี้มันไม่เซลล์เลยล่ะ เลยแอบถามพนักงานว่าจะเซลล์เมื่อไหร่

พนักงานก็ไม่บอก.... โกด ไม่ซงไม่ซื้อมันล่ะ

รอมันเซลล์ก่อนดีก่า เดี๋ยวจะแอบแว่บมาโฉบดูบ่อย ๆ

แล้วก็เดินไปดู shop ที่ใต้ดิน เจอแจ๊คเกตถูกใจใช่เลยอีก 1 ตัว จะซื้อแล่ะ

เอามาลองสวมดูก่อน พอเอามาสวมได้พักนึง .....

แม่ง....ร้อนอิ๊บอ๋าย แล้วตูจะไปไร้สติซื้อทำด๋อยไรฟะ ซื้อมาไม่ได้ใช้แหงม ๆ

ช่วงนี้เชียงใหม่ก็ร้อนตับแตก รอวินเทอร์หน้าล่ะกันนะ....น้องแจคเกต

ช้อปเพลิน ๆ อยู่ สำเนียกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ตัดผม

เหลือบไปดูนาฬิกา อ้าว ! อิ๊บอ๋าย 2 ทุ่มกึ่งแล้ว

ยืนคิดอยู่สักพัก... เหลืออีกคึ่งชั่วโมงห้างจะปิด

ถ้าไปตัดผมตอนนี้ เค้าต้องรีบ ๆ ตัด รีบ ๆ สระแน่เลย ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่คุ้ม

ปกติไปตัดผมต้องใช้เวลา 1 ชม. ได้งีบหลับช่วงเค้าตัดด้วย

เปลี่ยนใจ ไม่ตงไม่ตัดมันล่ะ...วันนี้

หลังจากไม่ได้ตัดผม ก็สำเนียกต่อได้ว่า อุตส่าห์เตรียมชุดมา ยังไม่ได้ไป WOW เลย

เอ๊ะ ! แต่ไม่เอาแล้วดีก่า ได้เวลาไปดู "สงครามนางฟ้า" ของแอร์กี่

วันนี้เป้ย-ปานวาด (เชอรรี่) ออกตอนแรก
ออกมาตบตีแย่งผัวโดยเฉพาะ หนุกๆ เลยรีบบึ่งรถกลับบ้าน

บึ่งไปครึ่งทาง สำเนียกได้ว่ายังไม่ได้ยัดอะไรลงท้องเลย ช้อปเพลินจนหายหิว

เลยตัดใจหาอะไรกระแทกท้องก่อน เดี๋ยวเข้าบ้านแล้วจะไม่มีอะไรให้รับประทาน

กว่าจะได้ดูสงครามนางฟ้าก็ปาไป 3 ทุ่ม แง ๆ อดดูช่วงแรกเลย

(มารู้ตอนหลังจากเพื่อนว่า เป็นตอนที่เป้ยได้-เสียกับหนิง)

ดูละคอนเสร็จก็เอาที่เสริมพื้นรองเท้าที่ซื้อมาตะกี้ใส่กะคู่เก่า แล้วก็ขัด ๆ มันนิดหน่อย
ปรากฏว่า....มันยังใช้ได้แฮะ ดูเหมือนคู่ใหม่เชียว
สรุปว่าอยากหาเหตุผลให้ตัวเองมากกว่า เพื่อที่จะได้ไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่มา
แล้วไอ้ที่อุตส่าห์ตั้งใจไว้ว่าจะตัดผมตั้งแต่วันก่อนเพื่อให้หายเปื่อยนี่สิ
ไป ๆ มา ๆ ก็ไม่ได้ตัดซะที กลายเป็น"เมเนีย"ไปซ้าาาาางั้น


ปล. คะแนนสอบ biophysic ออกแล่ะ ทำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แค่ได้ที่ 1 ประเทศเท่านั้นเอง

ปล2. อย่าเพิ่งอู้หู เพราะทั้งประเทศ มี resident RT (radiation oncology) แค่ 10 คน

ปล3. ตอนนี้เลยเหลิง ขี้เกียจอ่านหนังสือ ทั้งที่อีก 11 วันก็จะสอบอีกตัว

สรุป.. กลับไปเปื่อยต่อ เป็น Bipolar ไปเลย

30 January 2008

เปื่อย....

เพิ่งจาสอบ Biophysic เสร็จ
อีก 2 อาทิตย์ก็ต้องสอบ Nuclear medicine ต่อ
ตอนนี้เลยเปื่อยเต็มที่ ชีวิตมีแต่ที่ทำงานกับบ้านพัก ใกล้เน่าแล้ว
วันนี้อุตส่าห์จะทำตัวให้หายเปื่อย ออกไปตัดผมซะหน่อย
หลังเลิกงานก็เลยมา search net ดูว่าจะไปตัดทรงไหนให้เฟรชขึ้นมาหน่อย
search ไป search มา หลับคาที่ซะงั้น
ตื่นมาอีกที 2 ทุ่ม ..... ได้เวลาออกหากิน
พอกินเสร็จก็ได้เวลาดูละครพอดิบพอดี
ตอนนี้เรื่อง "จำเลยรัก" กับ "สงครามนางฟ้า" ของแอร์กี่ กะลังเน่าได้ที่
สรุปวันนี้ก็ยังไม่ได้ไปตัดผม ยังคงเปื่อยต่อไป

25 December 2007

พิชิต 1,864 โค้ง

ทริปนี้น้องเซอวิก ( cervix= ปากมดลูก ) ของผมถูกข่มขื่นคร้าบบ.... ช่วงล่างน้องเซอวิกของผม ทั้งโดนถูโดนครูด จนฉีกขาดยับเยินไปหมดเลย.....


อย่าเข้าใจผิดนะคร้าบบบ!!! น้องเซอวิกที่ว่านี้คือ Honda civic แต่ผมตั้งชื่อมันว่า "cervix" ช่วงล่างมัน tear เพราะ เพื่อนร่วมทริปผมคนนี้



เห็นรูปนี้แล้วคงไม่ต้องมีคำบรรยายใด ๆ กับน้ำหนักตัว 90 โล แถมระหว่างทริปงี้ ..... แดกตลอดเลยคร้าบ ทั้งอาหาร ทั้งน้ำมัน ไม่พอ...แถมยังมาข่มขืนเซอวิกของผมอีก โฮ ๆ


ไหน ๆ เซอวิกผมมันก็เสียสาวไปแล้ว ก็ถือว่าเปิดบริสุทธิ์ได้คุ้มค่าครับ เพราะมันก็พาผมไปถึงจุดสุดยอดได้ กับโค้ง 1,864 โค้ง ขี่มันมาก ๆ เลยคร้าบ


แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดสุดยอด ผมก็ถูกเร้าอารมณ์ก่อนด้วยนี่เลยครับ




"Coffee in love" แต่ผู้ร่วมเร้าอารมณ์กับผมนี่สิ ชายโฉดหมดเลย เลยไม่รู้จะไป In love กะใคร เซ็งเป็ดเจง ๆ


จุดสุดยอดที่ผมพร่ำมานานจนเข้าใจผิดกันไปใหญ่ ไม่ใช่อะไรที่คิด ๆ กันนะคร้าบ นี่เลยครับ.... "พระธาตุดอยกองมู" จุดสูงสุดของเมืองแม่ฮ่องสอน มองเห็นวิวทั้งเมืองเลยคร้าบ...





หลังผ่านจุดสุดยอดมาแล้ว ความเหนื่อยล้า อ่อนเปลี้ย เพลียแรงของผมก็ถูกชาร์ตโดย "ร้านใบเฟิร์น" ร้านอร่อยมีชื่อเสียงในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน และ "ถนนคนเดิน" ที่หนองจองคำ




กับคืนแรกของผมก็ผ่านไปด้วยดี ที่ร่วมหลับนอนของผมและผองเพื่อนในคืนนี้คือ "ริมน้ำกลางดอย" รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทติดริมแม่น้ำปาย บรรยากาศดีมาก ๆ เลยคร้าบ เหมาะกับคู่รักมานอนกอดกัน เพราะกลางคืนที่นี่หนาวมากครับ ตื่นมาอีกทีก็เป็นแบบที่เห็นนี่แหละครับ ขอบอกว่า สุดยอดดดดดด...มากคร้าบบบบ




วันนี้ผมพาน้องเซอวิกของผมไปผ่อนคลายที่ "สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย" ครับ หลังจากที่เมื่อวานกรำศึกหนักมา นี่เลยครับ..... Pround to present "ปางอุ๋ง"






แล้วผมก็ได้ไปใช้ชีวิตแบบบ้าน ๆ กับเขา .... กินชา home made จากไร่ชาหลังบ้าน, กินอาหารจีนยูนานพื้นบ้าน, ทำตัวเป็นเด็กเลี้ยงแกะบ้าน ๆ ให้เจ้าคุณนายคุณใน "พระตำหนักปางตอง", ไปเป็นเกษตรกรบ้าน ๆ ให้อาหารปลาที่ "ถ้ำปลา" (สรุปว่ามันบ้านตรงไหนเนี๊ยะ)






หลังจากทำตัวบ้าน ๆ ไปหลายอย่าง เริ่มรู้สึกไม่เข้ากับตัวเองเท่าไหร่ ก็เลยไปอาบน้ำแร่ แช่น้ำโคลนที่ "ภูโคลน" ขจัดเอาความบ้าน ๆ ออกไป คนดูแลที่นี่เค้าบอกว่าโคลนที่มีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์และสามารถเอามาพอกหน้า พอกตัวได้เนี๊ยะมีแค่ 3 แห่งในโลกเท่านั้น และ "ภูโคลน" ก็เป็นหนึ่งในนั้น




หลังจากสบายตัวแล้วผมกับน้องเซอวิกก็มุ่งหน้าไปปายต่อเลยคร้าบ......


>>> To be continue IN PAI


PS. อยากลงรูปมากกว่านี้นะ แต่ไม่ค่อยว่างทำอ่ะ เอามาลงพอเป็นไอเดียล่ะกัน

22 December 2007

ดอยสุเทพ



อยู่เชียงใหม่มาเกือบจะ 10 ปีแล่ะ

ไปเที่ยวดอยสุเทพหลายครั้งมาก ๆ จนจำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง

เที่ยวตั้งแต่มันยังไม่มีรถ tram จนมันสร้างเสร็จ

แขกไปใครมาก็พาไปประจำ

คราวนี้ก็เลยรวบรวมรูปที่ถ่าย ๆ ไว้ มาลงซะทีเดียวเลย

เริ่มจากครูบาฯ ที่ตีนดอยกันก่อนเลย เป็น step แรกที่ทุกคนต้องมากราบไหว้ก่อนขึ้นดอย

















ต้องออกตัวก่อนว่าไม่ได้มีกล้อง Hiso Hiso + ภาพที่ลงก็ย่อเอาไว้ รูปอาจดูเบลอ ๆ ไปหน่อย

ช่วงแรก ๆ ที่ไปเที่ยวก็ถ่ายมุมกล้องแบบชาวบ้านทั่ว ๆ ไป

แต่หลัง ๆ พอไปเที่ยวบ่อย ๆ ก็เลยพยายามหามุมแปลกตา ถ่ายออกมาก็เป็นอย่างที่เห็น

27 November 2007

อยากเขียน

อยากขีด ๆ เขียน ๆ บนบลอกตัวเองจัง
แต่ไม่มีเวลาเลย........
10-11/11/50 ไปเที่ยวปายมา
25/11/50 ไปเที่ยวงานลอยกระทงมา

อยากลงรูปด้วย
เอาไว้ว่างๆ จะมาอัพย้อนหลังนะ
บลอกจ๋า.............

15 October 2007

พาเกาหลีไปแอ่ว (เที่ยว)

มีหนุ่มเกาหลีมาแอ่วเชียงใหม่

ความจริงก็ไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรมากมายหรอก

คือเค้าไปเที่ยวที่สุราษฎร์มา ก่อนที่จะมาเชียงใหม่

แล้วบังเอิญก็ไปรู้จักกับแนน ที่สุราษฎร์โดยบังเอิญ

แนนก็เลยโทรมาเล่าให้ฟัง แล้วเค้าก็สนใจที่จะมาเชียงใหม่

หลังจากแนนเอารูปกระเหรื่ยงคอยาวให้เค้าดู

แนนก็เลยโทรมาฝากฝังไว้ใหญ่เลย (ทั้ง ๆ ที่เพิ่งรู้จักกัน)

* เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (07-10-2007) ขณะที่กำลังอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบวันศุกร์ที่จะถึงอยู่นี้ จู่ ๆ แนนก็โทรเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัวเลยว่า ตาหนุ่มเกาหลีมาถึงเชียงใหม่แล้ว "อารายยยฟะ กำลังอ่านหนังสือจะสอบ มาทำไมตอนนี้เนี๊ยะ เป็นภาระจริง ๆ เลย" (คิดอยู่ในใจ แต่ไม่กล้าบอกออกไป) เอาฟะเป็นไงเป็นกัน ก็เลยโทรไปหาอีตาเกาหลีนี่ คุยกันตอนแรกคุยไม่รู้เรื่อง ต้องถามซ้ำแล้วซ้ำอีก OCD ชิปเป๋ง

* กว่าจะคุยกันรู้เรื่อง สรุปว่าก็เลยพามันไปกินข้าวกลางวันมื้อนึง เป็นอาหารเมือง มันชอบ"แกงคั่วเห็ดถอบ" มากเลย แกงคั่วเห็ดถอบมันก็จะแกงเหมือนแกงเผ็ด (คิดไม่ออกนึงถึงพะแนงหมูไว้) แล้วก็ใส่เห็ดถอบ ซึ่งเป็นเห็ดพื้นบ้านของภาคเหนือ หากินได้เฉพาะช่วงหน้าฝน ไม่สามารถปลูกกินเองได้ ต้องไปเก็บในป่าเท่านั้น มันช่างโชคดีเสียนี่กระไร เราอยู่เชียงใหม่มาเกือบสิบปี กินนับครั้งได้เลย มันมาครั้งแรกก็ได้กินเลย

* ระหว่างกินข้าวก็ได้สืบสาวราวเรื่องดูว่ามันมีหัวนอนปลายเท้ามาจากไหน สรุปได้ว่ามันเรียนจบ English literature (มันคือคณะอักษรฯ เอกอังกฤษหรือเปล่าหว่า?) แล้วก็ไปทำงานที่ออสเตรเลียได้ปีกว่า ๆ แล้วก็ไปทำงานทีนิวซีแลนด์ต่ออีก 9 เดือน เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลย มันพูดอังกฤษเก่งกว่าตูอีก ตอนนี้ลาออกจากงานแล้ว และเอาตังค์เก็บที่มีอยู่มาท่องเที่ยวแบ็กแพคแถบเอเชีย ก่อนจะมาเมืองไทยมันก็ไปฮ่องกง สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาแล่ะ ส่วนในไทยมันก็ไปเก็บกวาดที่ภาคใต้กะกรุงเทพมาแล่ะ ฟังมันเล่าแล้วอิจฉาจิง อยากทำแบบนี้บ้าง แล้วมันยังมาแซวเรากะแนนอีก หาว่าเราเป็น Boyfriend กะแนน เราก็บอกว่าไม่ใช่ ๆ มันก็บอกว่าแนนบอก (คดีนี้ต้องได้สะสางกันแน่...แนนเอ๋ย)

* กินข้าวเสร็จ ก็พามันไปต่อที่สวนพฤกษศาสตร์สิริกิตติ์ อยู่แถวแม่ริม ขับรถไป เกือบ 20 โล เห็นจะได้ (มันบอกอยากเที่ยวอะไรที่เป็น nature ๆ ) ไอ้เรานะอยู่เชียงใหม่มานานเคยไปแค่ครั้งเดียว แถมตอนนั้นนานมากแล้วด้วย และก็ไปกับเพื่อน แต่วันนี้ต้องขับรถไปเอง ทางก็ไม่รู้จัก ต้องโทรไปถามทางออวีเป็นระยะ ๆ แต่ในที่สุดก็ไปถึงจนได้ (นึกว่าจะไปไม่ถูกแล้ว) แต่ไปถึงก็เดินได้อยู่ชั่วโมงนึง มันก็ปิดพอดี มันก็บอกนะว่าชอบ (เออ.. ก็ดีที่ชอบ อุตส่าห์ขับรถถ่อมาไกลขนาดนี้ แถมเพิ่งมาเองเป็นครั้งแรกอีกต่างหาก) ตอนไปเนี๊ยะ มีหมอกเต็มเลย เพราะช่วงนี้ฝนตกด้วยล่ะ แล้วก็มีต้นขวดที่เค้าชอบไปถ่าย ๆ กันตอนงาน Royal Flora ด้วย คราวก่อนมายังไม่มี แต่เสียดายที่ไม่ได้เอากล้องไป ก็เลยไม่มีรูปมาให้ดู ตอนเย็นก็พามันไปเดินถนนคนเดิน ไอ้นี่มันก็โชคดีอีกแล่ะ เพราะว่าถนนคนเดินจะจัดแค่คืนวันอาทิตย์เท่านั้น ตอนไปถึงหน้าตามันก็อะเมซิ่งมาก ๆ กับเพราะคนมาเดินกันเยอะแยะ (อันนี้ก็ขอสารภาพอีกเช่นกันว่า มาเดินคราวนี้เป็นครั้งที่สอง ตั้งแต่อยู่เชียงใหม่) แล้วก็สรรหาอาหารไทย ๆ ให้มันลอง ก็มีผัดไทย แหนมคลุก เฉาก๊วยโบราณ ข้าวเกรียบปากหม้อ ขนมกล้วยม้วนใส่ใบตอง (จำไม่ได้ว่าเรียกอะไร คล้าย ๆ ขนมตาลแต่ทำจากกล้วยอะ) มันก็ชอบใจใหญ่เลย

* เดินไปสักพักเราเริ่มหมดแรงเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน แต่มันไม่รู้บ้าพลังมาจากไหนเดินก็เร็ว แถมเดินมันทุกตรอกซอกซอยอีก ตูนี่ขาแถบลากอยากจะกลับแล้ว แต่ก็ต้องเดินเป็นพื่อนมัน ระหว่างนั้นก็ถามมันว่ามันมีแพลนไปไหนมั้ยพรุ่งนี้ มันก็บอกว่าไม่มี..... เอ๊ะ ตานี่ มาเที่ยวแบบไม่มีแพลนอะไรเลย มันบอกว่ามันไม่สามารถแพลน in detail ได้เพราะมันต้องไปหลายประเทศ มันแค่แพลนว่าจะไปประเทศไหนเท่านั้นเอง สรุปก็เป็นภาระตูอีก ต้องคิดแพลนให้มันพรุ่งนี้ ก็เลยแนะนำไปว่าให้มันไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ และก็โปรโมตคุณช่วงช่วง กะคุณหลินหุ่ย (คำเอ้ย กะ คำอ้าย in chiangmai name) มันก็ทำหน้าตาตื่นเต้นอยากไปดูมาก มันไม่เคยดู สรุปก็เลยให้มันไปสองที่นี้ตอนกลางวันพรุ่งนี้ เพราะเราต้องทำงาน กว่าจะเดินกันเสร็จ ส่งมันที่โรงแรม เข้านอนตอนเที่ยงคืน ผ่านไปหนึ่งวันหนังสือได้แตะ ๆนิดเดียวเอง

* วันต่อมา (จันทร์) เราก็ไปบอกว่า เราว่างหลัง 5 โมงเย็นนะ โทรมาได้ สรุปมันก็ไม่โทรมา เราต้องโทรไป ตอนแรกก็นึกว่ามันคงจะมีแพลนแล้ว ก็เลยไม่โทรมา สรุปว่าทันก็ยังไม่มีแพลนอีกตามเคย ข้าวมันก็ยังไม่ได้กิน เผอิญเมื่อวานดันไปสัญญากับมันเมื่อวานว่าจะพามันไปกินข้าวเย็นวันนี้ ก็เลยต้องไปรับมัน และสถานที่ที่เราพามันไป คือ "เฮือนข้าเจ้า" เป็นแนวอาหารขันโตก (อาหารเมือง) และก็มีโชว์การแสดงของทางภาคเหนือ มันก็ประทับใจใหญ่เลย (เราก็ happy ไปด้วย) แต่ค่าอาหารก็แพงโขเชียว เราก็ดันเลี้ยงมันอีก ตอนกินข้าวมันก็เอารูปแพนด้ามาโชว์เราด้วย ดูท่าตาเกาหลีนี่จะชอบแพนด้ามาก ๆ บอกว่ามันน่ารักดี

* กว่าการแสดงจะเลิกก็ปาไป 3 ทุ่มครึ่ง มันก็บอกว่ามันต้องไปจองทัวร์กะเอเจนท์ซี่ จะไปทริปขี่ช้าง ดูกะเหรี่ยงคอยาว แล้วก็ล่องแพไม้ไผ่พรุ่งนี้ (อันนี้เราเคยไปแต่ล่องแพไม่ไผ่อย่างเดียว สงสัยต้องหาเวลาไปเที่ยวแบบมันบ้าง) เราก็สงสัยว่าทำไมมันไม่รีบจองก่อนน้าาาา เป็นอีตาเกาหลีที่ไม่มีแพลนอะไรเลยจริง ๆ เดือดร้อนเราต้องไปเสาะหาเอเจนท์ซี่ทัวร์ให้มันจองตอนจะสี่ทุุ่ม (แต่ก็เต็มใจทำให้นะ) แล้วก็พามันไปกินนมนมต์ต่อ วันนี้กว่าจะกลับหอก็เกือบเที่ยงคืนอีกเช่นกัน หนังสือหนังหาไม่ต้องพูดถึง

* วันถัดมา (อังคาร) วันนี้ใจแข็งไม่โทรไปหามัน เพราะคิดว่ากว่าจะจบ one day trip ของมันคงเย็นอยู่ เลยกลับหอไปอ่านหนังสือ อ่านได้สักพัก........ลองโทรไปหามันดู ถามมันว่าอยู่ไหน-สรุปว่ามันอยู่ที่ hotel เลยถามต่อว่าไม่มีแพลนไปทำอะไรเหรอ-มันก็บอกว่าไม่มี แล้วถามว่ากินข้าวยัง-มันบอกว่ายัง ...... เฮ้อ...ตานี่ไม่มีแพลนอะไรเลย ยิ่งถามมันยิ่งสงสาร แต่ก็บอกปัดมันไปว่าตอนนี้ยังไม่เสร็จงาน ไม่ว่างไป take เลยแนะนำให้มันนั่งรถแดงไปเที่ยว "night bazar" เอง ส่วนเราเดี๋ยวจะไปรับมันไปกิน"ไก่นางฟ้า" ตอนเที่ยงคืน แล้วเราก็อ่านหนังสือต่อ

* ประมาณ 2 ทุ่มเริ่มทน (ตัวเอง) ไม่ได้ เลยโทรไปหามันอีกรอบ ถามว่าอยู่ไหน-มันบอกว่ากินข้าวอยู่แถวโรงแรม (ดูมันทำตัวน่าสงสารเชียว) สรุปเราก็เลยทนไม่ได้ บอกมันว่าเดี๋ยวจะไปรับ พามันไปเที่ยว พอพูดจบเท่านั้นแหละ มันน่ะรีบตอบเลย "Really Really" เราก็ทำเสียงดีใจสุดขีด เฮ้อ..........ตานี่......

* สรุปก็พามันไปเดิน"กาดหลวง" ซื้อแก้วมังกร กับขนุนให้มันลองกิน มันน่ะมาบอกว่าแอบเสียดายที่เราโทรมาหลังจากมันกินข้าวแล้ว เพราะว่าที่ตลาดเนี๊ยะของกินเพียบเลย มันก็จะซื้อโดนัทเพลน ๆ กิน เรารีบห้ามมันไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวเที่ยงคืนเราจะไปกินไก่กัน ต่อจากนั้นก็พามันไปที่ "night bazar" อันนี้ไม่มีอะไรอ่ะ เดินเล่นเฉย ๆ เรามาบ่อยแล้ว

* พอตอนประมาณ 5 ทุ่มเราก็ไปกิน"ไก่นางฟ้า" กัน หลายคนคงสงสัยว่า"ไก่นางฟ้า" มันคืออะไรกัน มันก็คือร้านอาหาร ที่ขายไก่ทอดธรรมดา ๆ นั้่นเอง แต่มันจะเปิดขายตอนเที่ยงคืนเท่านั้น กลางวันไม่เปิด ใครมาก่อน 5 ทุ่มครึ่ง ถึงแม้จะตั้งร้านเรียบร้อบแล้ว ก็ยังไม่สามารถสั่งได้ ต้อง 5 ทุ่มครึ่งตรงเท่านั้น ส่วนรสชาติก็ไม่ต้องพูดถึง ถ้าไม่อร่อย มันก็คงอยู่ไม่ได้มาจนถึงตอนนี้ ตอนที่เราไปเผอิญว่าไปถึงก่อนเล็กน้อย ก็เลยไปนั่งจองโต๊ะไว้ก่อน สักพักคนไม่รู้มาจากไหน โต๊ะเต็มหมดเลย แถมมีคนยืนรอต่อแถวอีกเพียบ (เขียนแล้วหิวเลย) อันนี้ไม่มีในหนังสือท่องเที่ยว ต้องเป็นคนในพื้นที่เท่านั้นที่รู้กัน ( อ้าว.....เรากลายเป็นคนในพื้นที่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เราเป็นเด็กเทพฯนะ)

* หลังกินเสร็จก็ไปส่งมันที่โรงแรม ปกติแล้วจะร่ำลากันก่อนแต่วันนี้ จู่ ๆ มันก็วิ่งขึ้นโรงแรมไปรวดเร็ว เราก็เลยงงกะมัน พอขับรถออกมาได้สักพัก มันก็รีบโทรหาเราใหญ่เลยบอกว่าให้กลับมาก่อน เราก็เลยต้องขับรถกลับไปหามัน สรุปว่ามันขึ้นไปหยิบ organizer ของมันมาให้เราจดที่อยู่ให้มัน กับของขวัญตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราเทคแคร์มัน ( เป็นพวงกุญแจอ่ะ ) มันบอกว่าจะไปลาวต่อพรุ่งนี้แล่ะ อาจจะไม่ได้เจอมันอีก ฮือ...ฮือ...น่าเศร้าจังเลย (เว่อร์..............ไป)

* วันถัดมาก่อนมันจะไปลาวก็โทรมาร่ำลาเราก่อนไป ( ก็ดี ที่รู้จัก ไปมาลาไหว้...... ) มันต้องนั่งรถไปต่อที่หนองคายก่อนแล้วก็ข้ามแดนไป ตอนแรกมันบอกจะนั่งเครื่องไป สุดท้ายไม่มีตั๋ว มันเลยต้องนั่งรถรถบัสแทน แทบจะไม่มีแพลนอะไรเลยในชีวิตจริง ๆ...............

* สรุปว่าที่อ่านมาอาจจะดูว่าเราเขียนบ่นนู้น บ่นนี่กะตาเกาหลีมากไปหน่อย ทำชีวิตเราวุ่นวาย แต่ว่าโดยรวมเราก็ประทับใจนะเนี๊ยะ เป็นอะไรที่ดีเมื่อเราได้ให้ เราได้ฝึกภาษา เราได้พาเค้าไปเที่ยว ถึงจะเหนื่อย ถึงจะใกล้สอบ แต่ก็เป็นอะไรที่สนุก ถึงจะรู้จักกันแค่ 3 วัน แต่ก็มีแต่ความประทับใจ และความทรงจำที่ดี แถมเค้าบอกว่า เค้าประทับใจเมืองไทยและก็จะกลับมาเที่ยวอีก

สุดท้ายนี้ (เขียนอย่างกะจดหมาย) ต้องขอบคุณ"กะทิ"มากเลยที่มาเป็นเพื่อนร่วมทริปคอยเทคแคร์ตาเกาหลีนี่กะเราตลอด (ไม่ได้ไปเที่ยวหวีดหวิวกะตาเกาหลี 2 ต่อ 2 นะเฟ้ยอย่าเข้าใจผิด)




ปล. ตอนนี้มีตาฝรั่งหัวทองจากเมกามาทำ Ph.D ที่ภาควิชาเรา มาอยู่ประมาณ 9 เดือน เดี๋ยวคงมีอะไรหนุก ๆ มาเล่าอีกเพียบ

ปล.2 เรื่องสอบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลายคนคงเป็นห่วง ถ้าไม่ห่วงก็ไม่เป็นไร (แอบน้อยใจ) แต่ถ้าห่วงก็ดี เพิ่งสอบเสร็จไป ก็พอทำได้นะ คงผ่านแหล่ะ แต่อาจไม่ทอปเท่านั้นเอง (อิอิ)

22 September 2007

เพื่อน.....

ขึ้นหัวข้อให้ดูสวย ๆ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงคำบางคำนั่นแหละ
ไม่รู้ว่าช่วงนี้เป็นอะไร...เวลาเดินห้างจะพบเห็นผู้ชายเดินมาเป็นคู่ ๆ
เดินธรรมดาแบบ แมน ๆ ก็มี
เดินแบบส่าย ๆ (ตูด) ก็เห็น
เดินจูงมือกันมาก็....อ่ะน่ะ
เดินมาเฉย ๆ อยู่ดีดี (พอพูดปุ๊บ.....สาวแตกเลย)


ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมองหรอกนะ
แต่เวลาเดินห้างคนเดียว ไม่มีใครให้คุย
มันก็ต้องเดินไป ดูไปเรื่อย ๆ ตามประสามนุษย์ทั่ว ๆไป


แต่ยิ่งเดินมากเข้า ก็ยิ่งสงสัยว่า ทำไมมัน ...... เยอะกันจังว่ะ
หรือว่าช่วงนี้กระแสหนังมันมาแรง ....
เค้าก็เลยชวนกันมาดูหนังเป็นคู่ ๆ มากเป็นพิเศษ
หลังดูเสร็จก็คงค้นพบหัวใจตัวเองกันมากขึ้น
หนังเรื่องอะไรคงไม่ต้องเดา....
ก็หนังเรื่อง "เพื่อน...กูรักมึงว่ะ" ของพจน์ อานนท์ ไง
เดินเข้าโรงกันเป็นคู่ ๆ เลย
เหอ เหอ เหอ ....


ที่มากันเป็นคู่หญิง-ชายตามปกติก็มี
ประมาณว่าฝ่ายหญิงอยากดู แต่ระวังนะ.....
แฟนตัวเองจะเปลี๋ยนไป
เหอ เหอ เหอ

23 August 2007

Radiation Oncologist

อยากเอาประสบการณ์และความคิดเห็นส่วนตัวของการ training ด้านมะเร็ง มาแชร์ให้เพื่อน ๆ ฟังกัน ในฐานะผู้ดูแลสุภาพ

เคส 1- คนไข้มาตราจสุขภาพธรรมดาทั่วไปทุกปี เอกซเรย์ปอดพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งปอดระยะท้ายซะแล้ว ทั้ง ๆ ที่เอกซเรย์ปอดปีที่แล้วยังปกติดีอยู่เลย (ปกติก็ควรจะตรวจสุขภาพปีละครั้ง)
ความเห็น : รายนี้ทำให้เราเกิดความคิดที่ว่าการตรวจสุขภาพปีละครั้งมันพอแล้วเหรอ ? ขนาดคนใส่ใจสุขภาพขนาดนี้

เคส 2- คนไข้อายุน้อย ๆ (ประมาณ 20+ ปี) แข็งแรงดีมาตลอด รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นมะเร็งซะแล้ว แถมยังไม่พอ การตอบสนองต่อการรักษาก็ไม่ดีอีก สุดท้ายมะเร็งก็กระจายไปที่อื่น ๆ ซึ่งรักษาอะไรไม่ได้มากแล้ว แต่คนไข้เค้าก็ยังดูปกติแข็งแรงดีอยู่เชียว แถมยังมาถามอีกว่า "หมอ... ผมจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน?"
ความเห็น : เจอหมัดเด็ดนี้เข้าไปก็อึ้งเหมือนกัน ไม่รู้จะตอบเค้ายังไงเหมือนกัน คือถ้ามะเร็งมันกระจายแล้วเนี๊ยะ ก็อยู่ได้ไม่นานหรอก แต่คนไข้เค้าก็ยังแข็งแรงดี ไม่มีอาการอะไรเลย แล้วจะให้เราบอกได้อย่างไร อันนี้อยากจะบอกให้รู้ว่า มะเร็งไม่ใช่ว่าจะเป็นกับคนอายุมาก ๆ เท่านั้น ทุกคนมีความเสี่ยงหมด

เคส 3- คนไข้เป็นมะเร็งระยะแรก ๆ ซึ่งมะเร็งชนิดนั้น สามารถรักษาหายขาดได้ ประมาณ 90กว่า % (เช่น มะเร็งปากมดลูก , มะเร็งกล่องเสียง) แต่ก็มีคนไข้บางคนที่ซวยมาก ตกอยู่ในไม่กี่เปอร์เซนต์หลัง มะเร็งกระจายหรือกลับมาเป็นซ้ำอีก
ความเห็น : แม้มะเร็งระยะแรก ๆ จะสามารถรักษาหายขาดได้ แต่ก็จะมีบางคนที่โชคร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เคส 4- อันนี้เป็นคนใกล้ตัวสุด ๆ เพื่อนหมอด้วยกันเองนี่แหละ.... ไปเล่นฟุตบอลแล้วโดนเสียบขาหักไปเลย
เอกซเรย์แล้วนึกว่าแค่กระดูกหักธรรมดา แต่ที่ไหนได้เป็นมะเร็งที่กระดูก แล้วมันกินกระดูกจนบาง พอโดนเสียบแรง ๆ ก็เลยหักไปเลย ตอนนี้ให้ยาเคมีบำบัดอยู่ และอาจจะต้องตัดขาข้างนั้นทิ้งไป คิดดูล่ะกันชีวิตเค้ากำลังไปได้สวย มีลูก มีเมียแล้ว และกำลังเรียนต่อเฉพาะทางในสาขาที่ตัวเองชอบ ทุกอย่างกำลังจะ perfect แต่อะไร ๆ มันก็ไม่แน่ไม่นอนเสมอไป

ตั้งแต่มา training ด้าน oncology (มะเร็ง) แล้ว ก็ค้นพบสัจธรรมชีวิตว่า คนเราถ้ามันถึงเวลาจะไป มันก็ห้ามไม่ได้จริง ๆ ทุกวันนี้ต้องทำใจไว้ว่าชีวิตเราไม่แน่นอน ตายได้ทุกเมื่อ เพราะฉะนั้นก็ทำทุกวันของเราให้เป็นวันที่ดีที่สุด คิดในสิ่งดี ๆ และอยู่กับชีวิตที่เหลือของเราอย่างมีความสุข เพื่อจะได้ไม่เสียใจภายหลัง

Knowleage : อาการของมะเร็งระยะเริ่มแรกจะไม่เฉพาะเจาะจง เช่น อืดแน่นท้องบ่อย ๆ (นึกว่าเป็นโรคกระเพาะ), เจ็บคอบ่อย ๆ (นึกว่าเป็นคออักเสบธรรมดา), คัดจมูกบ่อย ๆ (นึกว่าเป็นภูมิแพ้) , ปวดที่จุดเดิม ๆ บ่อย ๆ Etc. หรือไม่มีอาการอะไรมาก่อนเลยก็ได้ การวินิจฉัยมะเร็งให้ได้ครั้งแรกเลยจึงเป็นเรื่องยาก และไม่มีหมอคนไหนที่จะคิดว่าคนไข้เป็นมะเร็งตั้งแต่ครั้งแรก เนื่องจากมันเป็นโรคที่ไม่ได้เป็นกันได้ง่าย ๆ และบ่อยเหมือนไข้หวัด ดังนั้นกว่าจะวินิจฉัยก็เป็นระยะกลางถึงท้ายแล้ว...

คราวนี้เขียนซะซีเรียสเชียว... แต่เวลาทำงานเราก็ไม่ได้เครียดอะไรขนาดนั้น ... แค่ต้องทำใจบ่อย ๆ เท่านั้นเอง แต่เรียนด้านนี้ก็ดีนะ ได้ไปเที่ยวไปประชุมบ่อย ๆ เชียว คราวก่อนก็ไปพักที่โรงแรม Sherraton พัทยา ห้องพักหรูมาก อาหารก็หรู เดี๋ยวก็จะไปประชุมที่ Sherraton กระบี่อีก ลืมบอกว่าฟรีตลอดงาน อนาคตก็ดูสดใสเพราะอาจได้ไปต่างปประเทศบ่อย ๆ (ไปศึกษาดูงาน และทำวิจัย) ถือโอกาสโปรโมตสาขาตัวเองซะเลย เผื่อมีคนสนใจจะมาเรียนต่อด้านนี้

04 August 2007

รูปถ่าย.....ปริศนา..

Host unlimited photos at slide.com for FREE!


คิดดูว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่ในรูปนี้บ้าง..........
1. รูปนี้ ดูแบบว่า คน 2 คนไม่รู้ หญิง หรือ ชาย แต่เขา 2 คนดูมีความสุขดีนะ

2. รูปนี้ แม้ว่าจะให้จะโพสในอินเตอร์เนต เว็บไหนๆ ก็ไม่มีใครรู้ ว่าเขาเป็นใคร ....
แต่จะมีแค่ 2 คนที่รู้กัน ไม่เป็นเขา ก็คงเป็นเรา....

3. เหมือนกันที่จะมีแค่คน 2 คนที่รู้ว่า รูปนี้ถ่ายที่ไหน ...
และ คนอื่นๆ จะไม่รู้เลยว่า รูปนี้ถ่าย....บนพื้นน้ำ

4. รูปนี้แสดงให้เห็นว่า น้ำในที่แห่งนี้ ใสมากกกกก
และก้ออีกเช่นกัน จะไม่มีใครรู้ว่ารูปนี้ถ่ายที่........ตะรุเตา

5. คนอื่นๆดูรูปนี้ อาจจะมองว่าเป็นศิลปะดีนะ...
แต่ก็จะมีแค่ เราและเขา ที่จะรู้ว่า ไม่ได้ตั้งใจว่าจะออกมามีความหมายมากมาย ถ่ายกันเล่นๆ
แต่ที่ถ่ายแบบนี้เพราะ ............. เราไม่มีคนถ่ายรูปให้ไงละ

....มีอีกตั้งหลายอย่าง หลายความรู้สึกที่ดูรูปนี้ .......
...แม้ว่าตอนที่อัดรูป จะไม่ได้รู้สึกอะไรเลย..........

.....แต่วันนี้....มันมีความหมายมาก........................
.....เพราะ...เรา 2 คน......ได้แยกจากกัน ไกลแสนไกล.....................................................
.....เขาอยู่เหนือ...............เราอยู่ใต้.......................
.....นาฬิกา เราคนละเรือนกัน....เดินพร้อมกันเป็นเส้นขนาน
.....แม้จะพูดเสมอว่า เราจะกลับมาพบกัน แต่ใครเล่าจะให้คำมั่นได้ว่า เราจะได้กลับมาเจอกันอีก.................

.....รูปถ่ายแบบนี้ จะถ่ายอีกกี่รูป จะถ่ายกะใครก็ได้ จะถ่ายที่ไหนก็ได้ ถ่ายให้เหมือนเดิม ยังได้เลย ..........

แต่เราเองก็รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว ว่าเราถ่ายรูปกะใคร หน้าตาเราเป็นแบบไหน เราจะยิ้ม เราจะหัวเราะ เราจะร้องไห้ ก็ไม่มีใครรู้ได้ นอกจากตัวเราเอง..............................

......จะเก็บเธอไว้..ในความทรงจำตลอดไป.....

**********เพื่อน..(เที่ยว) ที่แสนดี********

ปล. อ่านแล้วซึ้งอ่ะ เลยขอก๊อปมาเก็บไว้

28 May 2007

Resident Training

ตอนนนี้ย้ายมาอยู่เชียงใหม่ได้ 5 วันแล่ะ ขับรถคู่ใจมากับม่ามี๊
ตอนขับรถมาเชียงใหม่เหยียบไป 130 Km/Hr. โดนตำรวจเรียกเลย แต่ก็ใช้มุกเดิม
เรา - "เออ... เป็นหมออ่ะคับ เดี๋ยวจะต้องไปทำงานที่เชียงใหม่"
ตำรวจ - "เป็นหมออีกแล่ะ" (สงสัยวันนี้จะมีหมอโดนจับหลายคน) ....
ตอนแรกตำรวจก็ทำท่าจะปล่อยไปแล้วล่ะ แต่ดันเหลือบมองเข้ามาในรถ จากนั้นก็...
ตำรวจ - "หมอ..ว่าแต่...มีจตุคามสักองค์มั้ยครับ" (นี่...เดี๋ยวนี้ตำรวจไม่เอาตังค์แล้ว แต่ขอเป็นองค์จตุคามแทน)
เผอิญว่าในรถเราแขวนพระเครื่องไว้เยอะอ่ะน่ะ
เรา - " ไม่มีอ่ะครับ"
แล้วตำรวจก็โบกมือให้ไป (อิอิ...รอดแล้วเรา)

ปล. ความจริงขับ 130 km/hr นี่ไม่เห็นเร็วเลยอ่ะ
ปล. 2 เปลี่ยนสีบลอกใหม่ให้เข้ากับบรรยากาศเหนือ ๆ หน่อย

23 May 2007

Meeting เด็กบดินทร์

พอดีเพิ่งกลับจากมิตติ้งเพื่อนตั้งแต่สมัย ม.1 ก็เลยรีบกลับมาเขียนก่อน เดี๋ยวอารมณ์มันจะไม่ได้ (ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ก็ปาไปเที่ยงคืนกว่าแล้ว)

ก่อนอื่นขอเกริ่นก่อน.....มิตติ้งครั้งนี้เป็นมิตติ้งที่นัดฉุกลหุกมาก ๆ คือเรากลับมาอยู่บ้านที่กรุงเทพฯ ได้เดือนกว่า ๆ แล้ว และอีก 2-3 วันก็จะต้องย้ายไปอยู่เชียงใหม่เป็นเวลา 3 ปี ตอนที่กลับมาอยู่บ้านก็พยายามโทรติดต่อ ปอง (เจ้าแม่มิตติ้ง/เจ้าแม่ออแกนไนเซอร์) ติดต่อไปอยู่ 2-3 ครั้งก็บอกว่าโทรศัพท์ถูกระงับสัญญาณตลอด ก็คิดว่าคงเปลี่ยนเบอร์ไปแล้ว พยายามถามคนอื่น ๆ ว่าปองเปลี่ยนเบอร์หรือเปล่า ก็ไม่มีใครทราบได้..... จนกระทั่ง 3-4 วันก่อน จู่ ๆ เราก็นึกอยากออนเอ็มขึ้นมาซะงั้น ทั้งๆ ที่ตลอด 1 เดือนกว่าที่ผ่านมาไม่ได้ออนเอ็มกะเค้าเลย แล้วปาฏิหารย์ก็เกิดขึ้น เมื่อเจอปองในเอ็ม สรุปว่าที่ติดต่อปองไม่ได้เลยยยยย เพราะว่าเพิ่งกลับจากฝึกงานที่มัลดีฟได้ 2 อาทิตย์เอง ......เท่านั้นแหละ!!......เจ้าแม่มิตติ้งก็โทรจิกแต่ละคนมาเจอกัน ตอนแรกก็นึกว่าเป็นมิตติ้งเล็ก ๆ เจอกันประมาณ 5 คน เพราะโทรจิกกันแบบ STAT (ทันทีทันใด) ครือโทรเมื่อวาน แล้วนัดมาเจอวันนี้ แต่ไป ๆ มา ๆ โทรไปจิกคนนู้นที คนนี้ที ทุกคนก็พร้อมใจกันว่างโดยมิได้นัดหมาย มิตติ้งครั้งนี้จึงเกิดขึ้นด้วยประการฉะนี้แล

มิตติ้งครั้งนี้ก็นัดเจอกันที่ Major Esplanade รัชดา ตอนที่โทรไปชวนนี่...ทุกคนถามกันหมดเลยว่าอยู่ที่ไหนเหรอ(รวมทั้งเราด้วย) เพราะว่าเพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน แม้กระทั่งเจ้าแม่มิตติ้งเองก็ยังไม่เคยไปที่นั่นเลย ..... สรุปว่าวันนี้เพื่อน ๆ ทุกคนก็ได้ไปเปิดบริสุทธิ์กันที่ Major Esplanade (อย่าคิดลึก) สมาชิกที่ไปมีดังนี้










กิจกรรมวันนี้ นอกจากไปเปิดบริสุทธิ์กันแล้ว ก็ไปกินข้าวเย็นกัน เราไปกินกันที่ร้าน Wasabi เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น (ไม่ต้องบอกก็รู้ - อ้าว! วีนตัวเองซะงั้น) ดีที่ร้านเค้ามีห้องส่วนตัวให้ เราก็เลยทำอะไร ๆ กันอยู่ในห้องได้สะดวก ไม่ประเจิดประเจ้อ ...... (หมายถึงเม้าท์กันหน่ะ)

มาอัพเดทเพื่อน ๆ เรากันหน่อยล่ะกัน.......

1. พรรณ- ตอนนี้ช่วยงานที่บ้านอยู่ กิจการไปได้ดี แต่เหนื่อยโคตรเพราะต้องทำงานบัญชี (ไม่ค่อยเกี่ยวกับที่ตัวเองเรียนมาซักเท่าไหร่) เห็นบอกว่าขี้เกียจไปทำงาน ก็เลยจะไปเรียนต่อเอกสาขา Microbiology ที่ UW status : single
2. ยุ้ย - ยังคงทำงานที่บริษัทเดิมอยู่
3. ปอง - เพิ่งกลับจากมัลดีฟ ก็มาช่วยงานที่บ้าน(รีสอร์ท)เหมือนเดิม คนนี้กำลังจะมีข่าวดีเร็ว ๆ นี้ (ไม่ใช่ท้องนะ...อย่าคิดไปไกล)
4. หนึ่ง - เรียนโทอยู่ ใกล้ ๆ จบแล่ะ ช่วงนี้หาเลี้ยงลำแข้งด้วยการสอนเปียโนไปพลาง ๆ status : in love
5. อุ้ม - เป็นอาจารย์อยู่จุฬา ปีนี้เตรียมสอบผู้พิพากษา (อายุถึงแล้ว) ช่วงเป็นอาจารย์โดนใช้งานหนักอย่างทาส เนื่องจากอายุน้อยที่สุด คนเลยมาไหว้วานอุ้มอยู่สม่ำเสมอ แถมยังบอกว่าเงินเดือนน้อย (แต่ขอโทษ!...มากกกว่าเงินเดือนหมอตั้ง 4000) ชอบอุ้มเล่าเรื่องไปคุมสอบเด็กมาก ๆ รายละเอียดต้องให้อุ้มเล่าจะได้ฟีลกว่า status : single
6. ตุ้ย - หมอ รพ. เอกชน ชื่อรพ. อะไรนะ ลืมอีกแล่ะ แถวพระราม 7 อ่ะ ปีหน้าแพลนจะไปเรียน Radiology (หมอรังสีวินิจฉัย) ในภาพหัวเกรียนเป็นเด็กมัธยมเชียว ไปสั่งที่ร้านให้เค้าตัดสั้น ๆ ก็เลยเป็นเช่นนี้แล status : single
7. อนุชา - เหมือนเดิม (งานโฆษณา) แต่ย้ายที่ทำงานใหม่ ไปที่ที่ใหญ่ขึ้น กะแฟนก็รักกันดูดดื่มหวานชื่นเหมือนเดิม แต่อันนี้ไม่ได้ถามลงดีเทว รู้แต่ว่าก่อนมามิตติ้ง อนุชาเกือบลืมว่านัดกันเอาไว้ แล้วกะลังจะชวนแฟนไปดูหนังแล้ว ดีที่วรุตม์โทรไปเตือน
8. วรุตม์ - ทำงานบริษัทโฆษณา
9. ภาณุ - ทำงานบริษัท กำลังจะลาออก แต่พอไปดูดวงมา หมอดูเค้าบอกไม่ให้ออก ให้อยู่ต่อไป ภาณุก็เลยเชื่อ แต่ภาณุบอกว่าคนนี้ดูแม่นมาหลายครั้งแล้วนะ ปองก็เลยขอที่อยู่เพื่อไปดูดวงความรักด้วย status : ก็ยังโสดอยู่เหมือนเดิม ความจริงภาณุก็พยายามหาอยู่เรื่อย ๆ อ่ะนะ แต่เค้าก็หนีภาณุเรื่อย ๆ เหมือนกัน ดวงช่างอับเฉาเสียจิง ตอนนี้ก็เลยฝากฝังให้อุ้มช่วยหาเด็ก ๆ ในคณะให้
10. ไหม - ทำงานนิตยสารแฟชั่นให้นิตยสาร Shape เขียนคอลัมน์แฟชั่นอยู่ แพลนจะไปต่อดีไซน์เนอร์มาเกตติ้งที่ตปท. แต่ติดที่ง่อยอังกิดอยู่ status : โสดอีกครั้ง
11. อินทุอร - ทำงานด้านข่าวตปท. ให้นสพ. ผู้จัดการ (เหมือนเดิม) status : waiting only kong
12. เอ้ย - อยู่กระทรวงต่างประเทศ (เหมือนเดิม) พบปะกะท่านทูต , รมต.บ่อย ๆ status : รับสมัครผู้ชาย ไม่จำกัดจำนวน

นัดเจอครั้งนี้ได้เจอเพื่อนในหลากหลายสาขาอาชีพดี.... ชอบ ๆ

หลังจากเม้าท์เรื่องแต่ละคน ก็มีการหยิบเอา Topic สัพเพเหระมาคุยกัน ที่คุยกันก็มี เรื่องของเจ๊เปมิกา (อันนี้อุ้มสนใจเป็นพิเศษ + อัพเดทให้ปองที่ไม่ทราบเรื่องราวอะไรเลย) ไม่รู้ว่ารู้กันหรือป่าวว่าเจ๊เป แกเป็นรุ่นน้องบดินทร์เราปีนึง (เสื่อมเชียว) , เรื่องแผ่นดินไหวเมื่ออาทิตย์ก่อนที่รู้สึกกัน พอดึก ๆ ก็ถามปัญหาสุขภาพ ตอนแรกก็เริ่มด้วยมะเร็งปากมดลูก วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (ถ้าใครจะฉีดก็รีบฉีดซะตอนนี้ อย่าให้เกินอายุ 26 ปีล่ะ คอร์สละ 10000 บาท ฉีดรวม 3 เข็ม) คุยไปคุยมาเราก็อาสาเป็นคนตรวจภายในให้ซะเลย (ตรวจมะเร็งปากมดลูก) อุตส่าห์จะบริการให้ฟรี แต่ไม่มีใครเอาสักคน (อายเมียบ่มีลูก อายหมอบ่ได้รักษานะเด้อ) แล้วก็เม้าท์อีดาวกันว่า ถ้าไปตรวจกะอีดาวคงโดนด่าเช็ดกันเป็นแถบ จากนั้นก็สอนการตรวจมะเร็งเต้านมไปให้ด้วยเลย สอนแล้วไม่เข้าใจกัน ต้องมาสาธิตกันให้ดู ทั้ง ๆ ที่นั่งกันอยู่กลางร้าน Mc .... อธิบายก็แล้ว สาธิตก็แล้ว แต่ไหมก็ยังตะหงิด ๆ ใจ เลยชวนเราเข้าห้องน้ำด้วยกัน........เพื่อให้ไปตรวจเต้านมเลย....เหอ....... เหอ......... (อย่าคิดไปไกล..ไม่ได้ไปตรวจ!!) ภาณุแอบถามการตรวจการตั้งครรภ์กะ การใช้ยาคุมฉุกเฉินไปด้วย ก็ไม่รู้นะว่าถามไปทำไม (คิดเอาเอง) เราก็ถามกลับไปว่า "จะเอายาเหน็บทำแท้งด้วยมั้ย" ถามเล่น ๆ อ่ะน่ะ ไม่ได้จะบอกจริง มันผิดจรรยาบรรณคร้าบบบบ....ท่าน คุยไปคุยมาก็ลงเรื่องใต้สะดือไปอีก แต่ไม่สามารถนำมาลงได้ ไม่ผ่านกบว. เด่วบลอกจะเสื่อม

กว่าจะแยกย้ายกันกลับก็ห้างปิดนั่นแหละครับ (ถ้าไม่ไล่ ไม่กลับกันนะเนี๊ยะ)

สุดท้ายนี้......ขอเอาทรงผมแรด ๆ ของอนุชามาประจานหน่อย




ปล. ถ้าใครอยากได้รูปแบบไม่ resize ก็ฝาก "อีแมว" ไว้ได้เลย (email)

12 May 2007

Final score


เพิ่งดูหนังเรื่อง "Final score 365 วันตามติดชีวิตเด็กเอนท์" จบไป (ขฮโทษนะที่เพิ่งได้ดู) หลังจากที่ดูแล้วก็เหมือนย้อนเวลากลับไปดูตัวเราเองเลย นั่งคิดว่าสมัยนั้นเราทำอะไรไปบ้างนะ เหมือนอย่างในหนังหรือเปล่านะ


ในหนังทุกคนมีความฝันที่จะเป็น... แต่อุปสรรคที่สำคัญคือการสอบเพื่อเข้าเรียนในคณะที่ฝันไว้ "ลุง" คือคนหนึ่งที่ฝันอยากเข้าคณะแพทย์มาแต่ไหนแต่ไร (เหมือนเราเลย) แต่ลุงเรียนไม่เก่ง สุดท้าย ได้คณะนิเทศ ซึ่งไปคนละขั้วกันเลย แต่ตอนจบ เค้าก็แฮปปี้กับชีวิตของเค้า ดูแล้วคณะนิเทศก็เหมาะสมกับตัวเค้าดี "โบ๊ต" ฝันอยากเรียนประมง แต่ทางบ้านต้องการให้เรียนบัญชี-บริหาร ซึ่งโบ๊ตก็ไม่ขัด แต่ผลสุดท้ายคะแนนสอบของโบ๊ตก็ได้เข้าเรียนในสิ่งที่ฝัน และทางบ้านก็สนับสนุน


พอย้อนกลับมาดูชีวิตตัวเอง ... สมัยนั้น เราก็ไปสอบเทียบตามเพื่อน มีเรียนอะไร ที่ไหนที่เค้าบอกว่าดี ก็ไปหมด ตั้งกะขึ้น ม.4 ก็เรียนมันทั้งเคมีอ.อุ๊ ฟิสิกส์ทั้งอ.ช่วง อ.พิสิษฐ์ ทุกเสาร์-อาทิตย์ ก็เรียน ๆ มันเข้าไป พอ ม.5 ก็เรียนจบหลักสูตร ทั้ง ม.4 ,ม.5 ,ม 6 เริ่มเรียนคอร์สเอนท์ จำได้ว่าปีเรามีสอบเอนท์สองรอบ รอบแรกคะแนนไม่ได้เรื่อง เพราะไม่ได้อ่านหนังสือเลย แต่รอบสองเตรียมตัวอ่านหนังสือประมาณ 1 เดือน นั่งทำข้อสอบเอนท์ปีก่อน ๆ จำได้ว่าไปสอบแบบไม่ได้เครียดอะไรเลย สอบได้ก็เรียน สอบไม่ได้ก็อยู่ม. 6 ต่อ .... แต่เราก็ได้เป็น 1 ใน 20000 ที่ได้เข้าสู่รั้วมหาลัยและเรียนในคณะที่ตัวเองฝัน ชีวิตเราผ่านช่วงเอนท์มาแบบสบาย ๆ มีเครียดบ้างก็ตอนลุ้นผลประกาศ ชีวิตตัวเองรู้สึกโชคดีกว่าคนอื่น ๆ (ในหนัง) ไม่ได้มาเครียด อ่านหนังสือแบบทุกข์ทรมานอย่าง "บิ๊กโชว์" หรือติดคณะที่ตัวเองไม่ได้ฝันอย่าง "ลุง" หรือระบบสอบแบบใหม่อย่าง A-net, O-net ที่มีปัญหามาเรื่อย ๆ


แม้เส้นทางจะไม่ได้เป็นไปตามที่เราขีดเอาไว้ก็ตาม เบี้ยวบ้าง เฉบ้าง ไม่ได้เรียนในคณะที่ตัวเองฝันเอาไว้ แต่บทสรุปของหนังชีวิตเรื่องนี้คือทุกคนก็ยังต้องดำเนินชีวิตต่อไป....

09 May 2007

What's up fox

มาอัพ..กันให้หายคิดถึงหน่อย ช่วงนี้ตกงานอยู่ .... จะว่าว่างก็ไม่เชิง เพราะมีภารกิจให้ทำเยอะแยะ ก็เลยไม่ได้มาอัพเลย ความจริงก็ยังไปเที่ยวอยู่สม่ำเสมอ ก็มี ไปเที่ยวเกาะสมุย (รอบที่เท่าไหร่แล้วเนี๊ยะ) แล้วก็ไปเที่ยวที่ชะอำ ไปสิงคโปร์ แล้วก็ไปเที่ยวตราด แต่เนื่องจากยังไม่สามารถบิ๊วอารมร์เขียนได้ ก็ดองต่อไป


แต่ตอนนี้อยากเขียนเกี่ยวกัย Series เกาหลีอีกแล่ะ เนื่องจากว่าง ก็เลยได้หยิบเอา Series เกาหลีที่ดองเอาไว้เป็นชาติมาดู เพิ่งดูเรื่อง What's up fox จบไป ดูแล้วก็ประทับใจอีกแล่ะ หนังเรื่องนี้ออกแนวลามกนิด ๆ มีฉากกุ๊กกิ๊กกัน ง้องอนกัน ให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ... ชอบ serie แนวนี้จังเลย ดูแล้วก็อมยิ้มไปด้วย :)

What's up fox เป็น serie แนว Romantic comedy เรื่องมีอยู่ว่าพระเอก(ชอยซู) ซึ่งอายุน้อยกว่านางเอก(บฮยองฮี) ถึง 9 ปี และก็มีสถานะเป็นน้องชายของเพื่อนสนิท(ของนางเอก) ในวัยเด็ก.... ชอยซูต้องสูญเสียพ่อแม่ไป ก็มีครอบครัวของนางเอกนี่แหละที่มาดูแลเป็นเหมือนญาติ และบฮยองฮีก็ให้ความสนิทสนมกับพระเอกเหมือนน้องชายคนหนึ่ง แต่เรื่องมันคงไม่ยุ่งยากเช่นนี้.... เพราะชอยซูไม่ได้คิดกับบฮยองฮีแค่พี่สาวเท่านั้น แต่แอบชอบบฮยองฮีแบบคู่หนุ่มสาว ชอยซูจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้บฮยองฮียอมรับในตัวเขา และให้บฮยองฮีรับรู้ว่าตัวเธอเองนั้นก็ไม่ได้คิดกับเขาแค่น้องชายเช่นกัน แต่อุปสรรคก็ไม่ได้ง่าย ๆ อย่างที่คิด เพราะทั้งสองคนยังต้องฝ่าด่านอีกมากมาย ทั้งจากการกีดกันของครอบครัว ทั้งการมีบุคคลที่สาม ที่สี่เข้ามาพัวพันในชีวิต ความรักต่างวัยทั้งสองจะลงเอยอย่างไร จะวุ่นวายอย่างไร อันนี้ต้องไปติดตามชมกันเองนะจ๊ะ รับประกันว่าสนุก สำหรับคนที่ชอบแนว ๆ นี้